บทความความรู้

ฐานข้อมูล TCI

ศูนย์ดัชนีการอ้างอิงวารสารไทย หรือ (Thai-Journal Citation Index Centre, TCI Centre) หรือ ศูนย์ TCI เป็นหน่วยงานกลางในการส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพวารสารไทย รวมทั้งรายงานข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับวารสารไทยทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพ โดยเฉพาะในแง่การสืบค้นบทความและบันทึกการอ้างอิงของบทความในวารสาร ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการวางแผน และการกำหนดนโยบายระดับชาติที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาคุณภาพวารสารและการเผยแพร่ผลงานวิชาการ

โดยภารกิจหลักของศูนย์ TCI มี 5 ประการ คือ

1) เพื่อพัฒนาฐานข้อมูลเพื่อการสืบค้นผลงานวิจัยและผลงานวิชาการตลอดจนข้อมูลการอ้างอิงของบทความที่ตีพิมพ์ในวารสารวิชาการไทย

2) เพื่อคำนวณและรายงานค่า Journal Impact Factors ของวารสารวิชาการไทยที่มีอยู่ในฐานข้อมูล TCI (เรียกว่า TCI Journal Impact Factors)

3) เพื่อให้ความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับคุณภาพผลงานวิจัยในระดับชาติและระดับนานาชาติ

4) เพื่อวิจัยและเผยแพร่ผลงานวิจัย เพื่อนำไปสู่การยกระดับผลงานวิจัยไทยในเวทีนานาชาติ

5) เพื่อสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานทั้งในและต่างประเทศ ในการพัฒนาและยกระดับวารสารและผลงานวิจัยของไทย

ฐานข้อมูล TCI ได้รวบรวม จัดเก็บข้อมูลจากวารสารวิชาการที่จัดพิมพ์ในประเทศไทยที่ผ่านเกณฑ์การคัดเลือกของศูนย์ TCI ทั้งสาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และสาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์

ข้อมูลจากฐานข้อมูล TCI ประกอบด้วย ข้อมูลการตีพิมพ์บทความ ข้อมูลการอ้างอิง และข้อมูลการบริหารจัดการวารสาร โดยสามารถสืบค้นได้ผ่านระบบอินเทอร์เน็ต [http://tci.trf.or.th] ซึ่งทำให้การค้นหาข้อมูลที่ต้องการเป็นไปอย่างสะดวกรวดเร็ว นอกจากนี้ยังสามารถสืบค้นข้อมูลการอ้างอิงบทความจากวารสารในประเทศได้ ฐานข้อมูล TCI ยังเป็นที่ยอมรับของวารสารวิชาการในประเทศอย่างกว้างขวาง โดยสามารถพิจารณาได้จากการที่บรรณาธิการของวารสารต่างๆ ได้ระบุการปรากฏของวารสารในฐานข้อมูล TCI และกล่าวถึงคุณภาพของการตีพิมพ์ที่เชื่อมโยงกับการที่วารสารได้ปรากฏอยู่ในฐานข้อมูล TCI รวมถึงระบุค่า TCI Impact Factors ในบทบรรณาธิการของวารสาร

ศูนย์ TCI โดยการสนับสนุนงบประมาณจาก สกว. จึงได้จัดทำโครงการประเมินคุณภาพวารสารในฐานข้อมูล TCI ทั้งหมดขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินและพัฒนาการบริหารจัดการและคุณภาพของวารสารวิชาการไทย ทั้งในด้านเนื้อหาและรูปแบบให้มีมาตรฐานระดับสากล โดยได้กำหนดเกณฑ์การประเมินคุณภาพวารสาร ดังนี้

1) บทความทุกบทความต้องมีการควบคุมคุณภาพจากผู้ทรงคุณวุฒิ (peer review)

2) วารสารมีกำหนดออกตรงเวลา ตามที่ระบุไว้ในนโยบายการตีพิมพ์

3) วารสารมีอายุการตีพิมพ์บทความวิชาการไม่น้อยกว่า 3 ปี

4) วารสารมีการถูกอ้างอิง (citation) ที่ตรวจสอบได้จากฐานข้อมูล TCI หรือฐานข้อมูลสากล

5) วารสารมีการกำหนดกติกาและรูปแบบการตีพิมพ์อย่างชัดเจน

6) วารสารมีกองบรรณาธิการเป็นผู้ทรงคุณวุฒิมาจากหลากหลายหน่วยงาน

7) วารสารตีพิมพ์บทความที่มีผู้นิพนธ์มาจากหลากหลายหน่วยงานทั้งภายในและภายนอก

8) วารสารมีการตีพิมพ์บทความที่มีรูปแบบการตีพิมพ์และรูปเล่มที่ได้มาตรฐาน

9) วารสารควรมีเว็บไซต์ของวารสารหรือมีระบบการส่งบทความแบบออนไลน์ และมีความทันสมัย

โดยในแต่ละเกณฑ์ข้างต้น ได้มีการพิจารณาคุณภาพโดยคณะผู้ทรงคุณวุฒิ จากนั้นทางศูนย์ TCI ได้มีการจัดกลุ่มวารสารที่ส่งข้อมูลเข้าขอรับการประเมินคุณภาพออกเป็น 3 กลุ่ม ดังนี้ (สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้จาก http://tci.trf.or.th) กลุ่มที่ 1 วารสารที่ผ่านการรับรองคุณภาพของ TCI (ระยะเวลา 3 ปี) และอยู่ในฐานข้อมูล TCI และจะถูกคัดเลือกเข้าสู่ฐานข้อมูล ASEAN Citation Index (ACI) ต่อไป กลุ่มที่ 2 วารสารที่อยู่ระหว่างการปรับปรุงคุณภาพ และอยู่ในฐานข้อมูล TCI กลุ่มที่ 3 วารสารที่ไม่ผ่านการรับรองคุณภาพ และอาจไม่ปรากฏอยู่ในฐานข้อมูล TCI ในอนาคต

รายชื่อวารสารในฐานข้อมูลศูนย์ดัชนีการอ้างอิงวารสารไทย (TCI) (คลิก)http://www.kmutt.ac.th/jif/public_html/list%20journal.php

รายชื่อวารสารสาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

http://www.kmutt.ac.th/jif/public_html/list%20journal.php?branch=S 

รายชื่อวารสารสาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์

http://www.kmutt.ac.th/jif/public_html/list%20journal.php?branch=H

                  ที่มา: ศูนย์ดัชนีการอ้างอิงวารสารไทย [http://tci.trf.or.th]

Related Articles

  • Beall’s list คืออะไร และหากตีพิมพ์กับวารสารที่มีในรายชื่อนี้จะเกิดอะไรขึ้น?

    Beall’s list of predatory publishers (http://scholarlyoa.com/publishers/) เป็นรายชื่อสำนักพิมพ์ที่มีแนวโน้มว่าไม่ได้ดำเนินการเพื่อประโยชน์ทางวิชาการ และอาจเป็นการหลอกลวงเพื่อหารายได้ ในบางกรณีอาจพบวารสารลักษณะนี้ ที่ไม่ได้ดำเนินการโดยสำนักพิมพ์ ก็จะมีในบัญชีรายชื่อวารสาร (http://scholarlyoa.com/individual-journals/) รายชื่อเหล่านี้รวบรวมโดยบรรณารักษ์ชื่อ Associate Professor Jeffrey Beall  ของ University of Colorado Denver  โดยได้ review วารสาร และสำนักพิมพ์ จำนวนมาก และรวบรวมเป็นรายชื่อสำนักพิมพ์/วารสาร ที่อาจจะเข้าข่ายวารสารที่ไม่ควรส่งรายงานไปตีพิมพ์ เพื่อนักวิจัยจะได้ใช้ประกอบการพิจารณาว่าควรจะตีพิมพ์หรือเป็นกองบรรณาธิการ...

  • Journal Impact Factor

    Impact Factor เป็นการวัดค่าความถี่ของการอ้างอิงบทความวารสาร ในแต่ละปี หรือ ความถี่ที่บทความในวารสารนั้น จะได้รับการอ้างถึง หรือถูกนำไปใช้ ดังนั้น Impact Factor จึงเป็นเครื่องมือชนิดหนึ่ง ที่ช่วยในการประเมินคุณภาพ เปรียบเทียบ และจัดอันดับวารสาร ช่วยประกอบการพิจารณาตัดสินใจ ในการจัดหาและบอกรับวารสารของห้องสมุด ช่วยให้ผู้เขียนตัดสินใจเลือกพิมพ์ผลงานในวารสารนั้นๆ  นอกจากนั้น และยังสามารถใช้ประเมินคุณภาพ ของสถาบันการศึกษาได้อีกด้วย เนื่องจากค่า Impact Factor สามารถใช้ในการบ่งบอกถึง คุณภาพของบทความวิจัย ที่ตีพิมพ์โดยบรรดานักวิจัย ภายในสถาบันนั้นๆ ได้เป็นอย่างดี การจัดอันดับวารสาร...

  • คู่มือการเขียนบทความวิจัย

    คำแนะนำ และเครื่องมือช่วยให้การเขียนบทความวิจัยทำได้ดี และตรงกับความต้องการของสำนักพิมพ์ต่างๆ เช่น  Springer Journal Author Academy : a guide from Springer and Edanz on writing and publishing  Purdue Online Writing Lab  Wiley-Blackwell Author Services  Elsevier for Authors : How to...

  • Plagiarism : โจรกรรมทางวรรณกรรม/ การขโมยคัดลอกผลงานของผู้อื่น

    หมายถึง การลอกงานเขียน ความคิดหรืองานสร้างสรรค์ดั้งเดิมทั้งหมดหรือบางส่วนที่เหมือนหรือเกือบเหมือนงานดั้งเดิมของผู้อื่นมาแอบอ้างเป็นงานดั้งเดิมของตนเอง ในวงวิชาการ โจรกรรมทางวรรณกรรมโดยนิสิตนักศึกษา อาจารย์หรือนักวิจัยถือเป็น “ความไม่สุจริตทางวิชาการ” (dishonesty) หรือ “การฉ้อฉลทางวิชาการ” (fraud) และผู้กระทำผิดจะต้องถูกตำหนิทางวิชาการ (censure) โจรกรรมทางวรรณกรรมในงานสื่อสารมวลชนถือเป็นการละเมิดจรรยาบรรณทางวารสารศาสตร์ (ethics) นักข่าวที่ถูกจับได้โดยทั่วไปจะถูกลงโทษทางวินัยตั้งแต่พักงานถึงการถูกให้ออกจากงาน สำหรับบุคคลทั่วไปที่ถูกจับได้ว่าทำโจรกรรมทางวรรณกรรมทางวิชาการหรือทางงานหนังสือพิมพ์มักอ้างว่าได้กระทำลงไปโดยไม่ได้ตั้งใจ โดยลืมใส่อ้างอิง หรือใส่คำประกาศกิตติคุณ (en:citation) ที่เหมาะสมไว้ ปัญหาโจรกรรมทางวรรณกรรมเป็นปัญหาที่เกิดมานานนับศตวรรษมาแล้วซึ่งเป็นแบบรูปเล่ม การพัฒนาทางอินเทอร์เน็ตที่บทความปรากฏในรูปของอีเล็กทรอนิกส์ ทำให้งานคัดลอกทำได้เพียง “ลอก” ข้อความในเว็บมา “ใส่” ไว้ในอีกเว็บหนึ่งอย่างง่ายดายที่เรียกว่า “การคัดลอก-แปะ” (copying...

Leave a Comment